TAG CLOUD

ซื้อยาเกร็กคู ซื้อยาแพนทูร่าที่ไหน ซื้อแพนทูร่า ประโยชน์ยาเกร็กคู ประโยชน์ยาแท็กก้า ประโยชน์ยาแพนทูร่า ยาบรรเทาโรคเบาหวาน ยาบำรุงเลือด ยาบำรุงไต ยารักษาเบาหวาน ยาลดน้ำตาลในเส้นเลือด ยาลดไขมันในเส้นเลือด ยาสมุนแพนทูร่า ยาสมุนไพรลดน้ำตาล ยาสมุนไพรแก้เบาหวาน ยาเกร็กคู ยาเกร็กคูราคาถูก ยาเกร็กซี ยาเกร็กซี่ ยาแก้ต่อมลูกหมากอักเสบ ยาแก้ต่อมลูกหมากโต ยาแก้เบาหวาน ยาแก้โรครูมาตอยด์ ยาแก้โรคเก๊าท์ ยาแก้โรคเบาหวาน ยาแคปซูลแท็กก้า ยาแท็กก้า ยาแท็กก้าราคาถูก ยาแพนทูร่า ยาแพนทูร่าขายที่ไหน สมุนไพรลดน้ำตาล สมุนไพรลดน้ำตาลในเส้นเลือด สมุนไพรเบาหวาน สรรพคุณยาเกร็กคู สรรพคุณยาแท็กก้า สรรพคุณยาแพนทูร่า สรรพคุณเกร็กคู สั่งซื้อแพนทูร่า ส่วนผสมยาแพนทูร่า เกร็กคู เกร็กคูราคาถูก แท็กก้า แพนทูร่า แพนทูร่าราคาถูก โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน (DIABETES)

โรคเบาหวาน อาการโรคเบาหใาน สาเหตุของโรคเบาหวาน อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ตำลึงสมุนไพรบรรเทาเบาหวาน

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

ตำลึง

ใบตำลึง

ยอดตำลึงนั้นเอามาปรุงอาหารกินกันได้ีดีมาก เป็นที่รู้จักกันดีจริงๆเช่น เอามาแกงจืดกับหมูบะช่อหรือหมูสับ ใส่ลูกชิ้นปลา เครื่องในหมู ได้ทั้งสิ้น

เอายอดตำลึงมาแกงเลียงรวมกับผักต่างๆก็ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบวบเหลี่ยม บวบหอม ถั่วฝักยาว น้ำเต้า ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน อร่อยมาก เอามาผักกับน้ำมันก้นกะทะ แล้วเอามาเป็นผักลวดจิ้มก็ได้ เอร็ดอร่อยยิ่งนักเมื่อจิ้มกับน้ำพริกกะปิ แกล้มด้วยปลาทูนึ่งทองใหม่ๆ

ใบตำลึงนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน A มากมาย ในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามิน A ร้อยละ 18,608 หน่วยสากล มีแคลเซียมร้อยละ 126 มิลลิกรัม มีธาตุเหล็กร้อยละ 4.6มิลลิกรัม แล้วก็ยังมีเกลือแร่ มีวิตามินต่างๆอีกครบถ้วนลดหลั่นกันไป

เอาใบตำลึงมาเป็นยาถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อ หรือถูกหมามุ่ยคันๆนั้น จะหายได้เป็นปลิดทิ้ง เมื่อเอาใบตำลึงมาล้างให้สะอาด ขยี้แล้วถูตรงบริเวณที่ถูกขนหมามุ่ย

เอาน้ำคั้นใบตำลึงมาหยอดตา แก้อาหารตาอักเสบได้อย่างชะงัดนัก ตาแดง ตาแฉะ ตาอักเสบ หายได้ด้วยน้ำจากใบตำลึงนี้ แต่ต้องสะอาด ซึ่งจะต้องล้างใบตำลึงหลายๆครั้งก่อนนำมาใช้

รากต้นตำลึงก็เช่นเดียวกัน เอามาล้างให้สะอาด คั้นเอาน้ำมาหยอดตาได้ แก้อาการตาอัดเสบต่างๆ ดับพิษต่างๆก็ได้เช่นเดียวกับใบตำลึง

เถาตำลึงก็เอามาใช้รักษาอาการดังกล่าวนี้ได้ด้วย เรียกได้ว่าต้นตำลึงนี้มีสรรพคุณทางยาดีมากจริงๆ ข้อสำคัญในที่นี้คือต้นตำลึงทั้งต้นเอามารักษาอาการของโรคเบาหวาน หรือเอามาลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้ดีมากอีกด้วย

ดอกตำลึง

ตำลึง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า

Coccinia grandis (L.) Voigt

วงศ์

Cucurbitaceae

ชื่ออื่นๆในท้องถิ่น

คนเมืองเหนือเรียกว่าผักแคบ กะเหรี่ยงเรียกว่่า แคเค๊าะ บางท้องถิ่นก็เรียกว่า ผักสี่บาท อีกด้วย

ลักษณะของพืช

ตำลึงเป็นไม้เลื้อย มีเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว ลักษณะค่อนข้างกลม มีเหลี่ยมหักเป็น 5 มุม เรียกสลับกัน ใบเว้าลึกเป็นแฉกสวยงามทีเดียว ความกว้างประมาน 5-8 เซนติเมตร มีมือเกาะเป็นเส้นยาว เพื่อพยุงตัวให้มีหลัก เพื่อจะเลื้อยไปตามต้นไม้ต่างๆ หรือสิ่งอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง มือเกี่ยวเหนียวๆที่ว่านี้จะงอกออกมาจากข้อ

ตำลึงออกดอกเป็นสีขาวรูปคล้ายกับระฆัง ผลเมื่ออ่อนอยู่จะเป็นสีเขียว มีลายสีขาวนวล คล้ายกับผลแตงกวา แต่เล็กกว่ามาก เมื่อผลแก่จะเป็นสีแดง รสออกขม

ต้นตำลึงมักขึ้นเองทั่วไปตามข้างรั่ว ริมทางข้างถนน ป่าละเมาะ เอามาปลูกก็ได้โดยใช้เมล็ดมาเพาะ หรือเอาเถาที่แก่กำลังเหมาะสมมาปักชำ เจริญงอกงามได้ดีในดินทั่วไป

ส่วนที่ใช้เป็นยา

ใบ เถา

การปรุงยา

โขลกเถาใบตำลึก คั้นเอาน้ำมาใช้ทารักษา อาการอังเสบที่เกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อ เอาน้ำจากเถาอ่อนหรือน้ำคั้นจากใบมาหยอดตา แก้อาการตาอักเสบได้ หรือเอาน้ำคั้นใบตำลึงมาดื่มก็ได้ด้วย

ขนาดการใช้ยา

คั้นเอาน้ำจากใบตำลึงมาดื่มครั้งละ 1 ถ้วย ตะไล เช้าและเย็น

สรรพคุณ

ช่วยลดน้ำตาลลดน้ำตาลในเลือดได้ *เราแนะนำให้ท่านทานพร้อมกับยาแพนทูร่าของเรา จะทำให้อาการเบาหวานทุเลาลงเรื่อยๆ แล้วก็จะต้องควบคุมอาหารด้วยจึงจะได้ผลดี

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

ใบชะพลู สมุนไพรช่วยแก้รักษาผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้ดี

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

ใบชะพลู

ใบชะพลู

ใบชะพลูเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันดีมากชนิดหนึ่งของคนไทย

หลายๆท่านอาจจะชอบกินใบชะพลูที่เอามาเป็นแผ่นรองรับเครื่องปรุงต่างๆ ที่ผสมผสานกันอยู่หลายอย่างเป็๋น “เมี่ยงคำ”

มีรสอร่อยมาก ใช้ห่อเมี่ยงคำก็ดี รับร้องได้ที่เดียวว่าไม่มีใครยอมกินเพียงคำเดียว

ใบชะพลูนั้นเอามาแกงคั่วหอยขมก็อร่อย เอามาหั่นใส่แกงอ่อมปลาดุกก็ได้รสชาติ

โดยปกติแล้วใบชะพลูนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการที่ยอดเยี่ยมมากในปริมาณ 100กรัมของใบชะพลูนั้นปรากฎว่ามีวิตามินA มาถึงร้อยละ 21.250หน่วยสากาล มีแคลเซียมร้อยละ 601มิลลิกรับ มีธาตุเหล็กร้อยละ 7.6 มิลลิกรัม แถมด้วยเส้นใยอาหารอีกมากถึงร้อยละ 4.6 กรัม

ส่วนสรรพคุณทางยาสมุนไพรนั้น หมอพื้นบ้านท่านเอามาใช้กันมากมายอยู่แล้ว เพื่อการเจริญอาหารที่ดี ทำให้เสมหะงวดลงได้ บำรุงธาตุ ช่วยย่อย รักษาธาตุพิการ แก้อาการมีเสมหะในทรวงอกให้หายไป ซึ่งโบราณเรียกว่า “อุระเสมหะ”

ใบชะพลู มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า

Piper sarmentosum.

วงศ์

Pieraceae

ชื่ออื่นๆในท้องถิ่น

คนเชียงใหม่เรียกว่า พลูลิงนก คนเมืองเหนือทั่วไปเรียกว่า ผักอีไร พลูลิง ส่วนมากคนภาคตะวันออกเรียก พลูนก ปักปูนก คนเมืองใต้เรียกว่า ยมวา แต่ส่วนมากแล้วก็เรียกว่า ชะพลูนั่นเอง

ลักษณะของพืช

ต้นชะพลูนี้ปรากฎว่าเป็นไม้เถาชนิดหนึ่ง ใบสีเขียวรูปร่างคล้ายกับใบพลูมาก สีเขียวสดใสเป็นเงาด้านบน ออกรสเผ็ดร้อนเล็กน้อย มีกลิ่นหอมตามแบบฉบับของชะพลู

ต้นชะพลูเจริญงอกงามได้ดี ปลูกง่าย ปลูกเอาไว้ประเดี๋ยวเดียวก็จะแตกใบ เพร่ขยายออกไปเป็นกลุ่ม เป็นกระจุก รวมกันออกไปเรื่อยๆ ขอเพียงมีความชื้นของน้ำที่พอสมควรเท่านั้น

ส่วนที่ใช้เป็นยา

ต้น ใบ ราก ดอก

การปรุงยา

เอาต้นชะพลูทั้งต้นมาปรุงยาได้ดี โดยการเอามาล้างในน้ำให้สะอาด แล้วเอามาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ ต้มเป็นยาด้ม เอาน้ำมาดื่ทเป็นยา โดยเอาต้นชะพลูมาต้มประมาณ  กำมือ ใส่น้ำลงไปประมาณ 4 แก้ว เคี่ยวจนงวดเหลือน้ำประมาณ 2 แก้ว

ขนาดการใช้ยา

เอาน้ำต้มต้นชะพลูมาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว เวลาเช้าและเย็น

สรรพคุณ

รักษาอาการโรคเบาหวาน โดยลดน้ำตาลในเลือด *เราแนะนำให้ท่านทานพร้อมกับยาแพนทูร่าของเรา จะทำให้อาการเบาหวานทุเลาลงเรื่อยๆ แล้วก็จะต้องควบคุมอาหารด้วยจึงจะได้ผลดี
ส่วนรากนั้น รักษาอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร คุมธาตุ ช่วยย่อย

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: +4 (from 6 votes)

หอมหัวใหญ่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดบรรเทาเบาหวานได้

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่หอมหัวใหญ่ที่เราเอามากินกันสดๆนี่เอง ไม่ใช่้อะไรที่พิสดารเลย หอมหัวใหญ่เดี๋ยวนี้ปลูกกันได้ผลดีทางภาคเหนือแล้วจึงมีราคาไม่แพง บางคนคิดว่าจำต้องสั่งนำเข้าเข้าเท่านั้น ความจริงไม่ใช่เลย

คนไทยเอาหัวหอมใหญ่หรือหอมหัวใหญ่มาปอกเปลือก ฝานเอาเนื้อสีขาวๆมีกลิ่งฉุนอ่อนๆ เป็นกาบๆ ท่รวามอัดแน่นกันอยู่มาปรุงแต่งกลิ่นและรสในยำประเภทต่างๆ กันอย่างเอร็ดอร่อยมาก

หอมหัวใหญ่นั้น สามารถเอามาฝานเป็นชิ้นบางๆ วางเอาไว้ริมจานที่ใส่อาหารบางประเภทให้มองดูสวยงาม เวลากินอาหารนั้นๆก็สามารถกินหอมหัวใหญ่นี้เข้าไปด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก เป็นการช่วยให้ระบบการหายใจปลอดโปร่งโล่งดี แก้อาการเป็นหวัด คัดจมูกก็ได้ มีวิตามิน C มากเพียงพอ และมีรสชาติที่อร่อย

หอมหัวใหญ่ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า

Allium cepa

วงศ์

Alliaceae

ชื่ออื่นๆในท้องถิ่น

คนภาคใต้เรียก หอมฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ทั่วไปก็เรียก หอมหัวใหญ่

ลักษณะของพืช

ลักษณะของหอมหัวใหญ่นั้นคล้างๆกับหอมหัวแดง หากแต่ว่าหอมหัวใหญ่นั้นจำมีหัวอยู่ที่ใต้ดินเช่นเดียวกับหอมหัวแดง แต่ใหญ่กว่าหอมหัวแดงมาก เปลือกจะบาง สีน้ำตาลอ่อนๆ หอมหัวใหญ่จำมีลักษณะกลมแป้น สวยงามดี ส่วนลำต้นก็เป็นสีเขียวเช่นเดียวกับต้นหอมหัวแดงนั่นเอง

ส่วนที่ใช้เป็นยา

เนื้อที่แก่จัดแล้ว

การปรุงยา

เอาหอมหัวใหญ่มากินสดๆได้ทันที หรือคั้นเอาน้ำมาดื่มก็ได้

ขนาดการใช้ยา

เอามากินสดๆ เป็นอาหารเช่น เอามายำ เอามากินกับไข่ดาว หมูแฮม ขนมปัง เป็นอาหารเช้าา กินกับสเต็กเนื้อสัน สเต็กหมู สเต็กอะไรก็ได้ทั้งสิ้น เพราะเข้ากันได้ดีมาก รวมทั้งการกินสดๆ กับอาหารทั้งหลายโดยกินวันละ  หัว ทุกวัน หรือเอามาคั้นน้ำ เอากากทิ้งไป เอาน้ำมาดื่่มเป็นยาได้ทันที

สรรพคุณ

ลดน้ำตาลในเลือดได้ดี ซึ่งควรกินต่อเนื่องทุกๆวัน เพื่อให้น้ำตาลในเลือดลดลดเรื่อยๆนั่นเอง *เราแนะนำให้ท่านทานพร้อมกับยาแพนทูร่าของเรา จะทำให้อาการเบาหวานทุเลาลงเรื่อยๆ แล้วก็จะต้องควบคุมอาหารด้วยจึงจะได้ผลดี

มีการทดลองเอาสารสกัดของหอมหัวใหญ่ฉีดเข้าไปในกระต่ายและหนูทดลองแล้ว ปรากฎว่ากระต่ายและหนูทดลองที่เป็นเบาหวานน้ำตาลจะลดลงค่อนข้างดี สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้

เมื่อเอามาทดลองกับคนเรา ผลการทดลองปรากฎว่าได้ผลดีเช่นเีดียวกัน

อีกประการหนุ่งคือ หอมหัวใหญ่ออกฤทธิ์ช่วยลดคอเรสเตอรอลได้ดีอีกด้วย จึงนับว่าเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจมาก

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

โรคเบาหวานคืออะไร?

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

โรคเบาหวานคืออะไร?

ก่อนที่จะกล่าวถึงโรคสำคัญนี้ว่าคือะไร มีสาเหตุเกิดมาจากอะไร ต้องทราบกันเสียก่อนว่า ในปัจจุบันนี้มีูผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานกันมากมายทีเดียว

ที่ต้องเจ็บป่วยกันมากมายด้วยโรคเบาหวานก็เพราะสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน เมื่อเป็นโรคเบาหวานขึ้นมา ผู้ป่วยจจำมีความรู้สึกเป็นกังวล คิดมาก ร้อนอกร้อนใจอยู่เสมอ ทำให้สุขภาพจิตไม่ปกติ เป็นสิ่งที่ทรมานร่างกายและจิตใจมากจริงๆ

ผู้ที่เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น มัเป็นผู้ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี กินอาหารต่างๆอย่างมีความสุขเสมอ เลือกอาหารได้อย่างสบายอกสบายใจ ส่วนบุคคลที่มีชีวิตอยู่อย่างอดอยากนั้น มักจะไม่ค่อยเป็นโรคเบาหวานกัน

เมื่อกินอาหารแล้วก็มีชีวิตอยู่แบบนั่งๆนอนๆ อยู่กับที่ไม่ได้ออกกำลังกายกันนักหรือไม่มีการออกกำลังกายเลย ร่างกายจึงอ้วนขึ้นมาเรื่อง มักป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ในเวลาไม่ช้าไม่นาน

ย่อมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น ตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมน “อินซูลิน” จำน้อยลง หือสร้างฮอร์โมนนี้ไม่ได้เอาเลย เรียกว่าเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา เลยทำให้อินซูลินซึ่งมีหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานทำหน้าที่นี้ไม่ได้

น้ำตาลหรือความหวานภายในร่างกายจึงไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงาน จึงเกิดอาการคั่งของน้ำตาลขึ้นมาในกระแสเลือดตามส่วนต่างๆของร่างกายพูดง่ายๆว่า เลือดเกิดมีน้ำตาลมากขึ้นกว่าปกติ

อะไรก็ตามที่มีมาก เพิ่มเข้ามามากขึ้นนั้น มักไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายของคนเราเสมอ ไตจึงกรองน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ ปัสสาวะเกิดมีความหวานมากขึ้น เพาะน้ำตาลที่มีปนอยู่ในน้ำปัสสาวะนั้น นี่แหละที่มาของโรคเบาหวาน

ตับอ่อนของมนุษย์เราก็เช่นเดียวกัน ตัวอ่อนที่อยู่ใกล้ๆกับตับ ทำหน้าที่เป็นผู้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินและหลั่งน้ำย่อยไขมัน

ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะมากกว่าปกติธรรมดา มากกว่าบุคคลทั่วไปเมื่อถ่ายปัสสาวะออกไปประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ก็ปวดปัสสาวะอีกแล้ว ต้องถ่ายปัสสาวะอีก แล้วก็ถ่ายอีกเรื่อยๆ ต่างกันผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ป่วยจึงมีอาการกระหายน้ำอยู่เสมอ น้ำตาลออกมาจากไตปนปัสสาวะ แล้วก็พาเอาน้ำที่มีอยุ่ในเลือดออกมาอีกด้วย จึงเกิดอาการกระหายน้ำอยู่เรื่อยไป จึงต้องดื่มน้ำมากเป็นพิเศษกว่าคนปกติ

ผู้ป่วยบางรายอาจถ่ายอุจจาระออกมามองดูแล้วมีความเป็นมันวาว เห็นได้ชัดเจนมาก นั้นก็เนื่องจากว่ามีไขมันปนออกมาด้วยนั่นเอง ส่วนร่างกายก็จะเกิดอาการอ่อนเพลียเสมอ ร่างกายผ่ายผอมผิดปกติในเวลาไม่นานนัก

น้ำตาลที่มีอยู่มากในกระแสเลือดก็จะเข้าไปตั่งอยู่ในส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้ความหวานหรือน้ำตาลมีอยู่ทั่วไปในรร่างกายของผ้ป่วย

ดวงตาของผู้ป่วยก็จะมีน้ำตาลออกมากด้วย ทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นมา บาดแผลนั้นก็จะรักษาให้หายยากมาก

ผู้ใดก็ตามถ้ากินอาหารที่มีไขมันมากๆ อาหารที่มีรสหวานจัด ก็มีสิทธิ์์เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ร่ำรวย หรือยากจนก็ตามที โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนทั้งหลายในยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์นี้

ในวงการแพทย์นั้นมีรายงานว่ายังไม่ทรายแน่ชัดว่าโรคเบาหวานนี้เกิดจากอะไรกันแน่ แต่้ก็บอกว่าน่าจะเกิดจากรรมพันธุ์ก็ได้เมื่อบรรพบุรุษเจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้ว ลูกหลายที่เป็นบุคคลรุ่นหลังต่อมาก็จะปว่ยเป็นโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

แต่ทว่าก็ไม่แน่นัก เพราะบางรายนั้น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้ว แต่เมื่อลูกหลานเกิดต่อมาจนเติบโต เป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่เ็ป็นโรคเบาหวานก็มี

การออกกำลังกายนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุด ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังหายเลยนั้น มีสิทธิ์เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายๆ ถ้าร่างกายอ้วนมากขึ้นเรื่องๆ กินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ร่างกายจำสะสมเอาไขมันไว้มากขึ้นเรื่อยๆ

มีบุคคลเป็นจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานเกิดเป็นโรคเบาหวานอย่างไม่รุ้ตัว อาการของโรคนี้บางทีก็สังเกตุไม่ได้ชัดเจน เมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวานในระยะแรกๆเจ้าตัวก็เลยไม่ทราบว่าตนเองกำลังมีอาการรของโรคเบาหวานอยู่

บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น มักมีอาการของความดันโลหิตสูงร่วมอยู่ด้วยเสมอ เรียกว่าเป็นโรคที่เคียงคู่กันมาทีเดียว แล้วก็เป็นโรคหัวใจตามมาอีก เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวโยงกันนั่นเอง *เราแนะนำยาแพนทูร่าที่เป็นยาสมุนไพรช่วยบรรเทารักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

อาการของโรคเบาหวานนั้นเป็นอย่างไร?

การสังเกตุได้ว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

  1. บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมักจะกินอาหารได้ดี แต่น้ำหนักของร่างกายก็ไม่เห็นจะเพิ่มมากขึ้น กลับเป็นตรงกันข้าม คือน้ำหนักของร่างกายลดน้อยลงเรื่อยๆอย่างน่าแปลกใจ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เป็นบุคคลที่อมโรคอย่างสังเกตุได้
  2. เมื่อมีการถ่ายปัสสาวะออกมา ถ้าถ่ายเอาไว้ในภาชนะจะมีมอขึ้น นั้นก็หมายถึงว่าปัสสาวะที่ถ่ายออกมานั้นมีรสหวานมาก
  3. เมื่อถ่ายปัสสาวะออกมาครั้งๆหนึ่ง ปรากฎว่ามีปัสสาวะออกมามากกว่าปกติเสมอ
  4. มีอาการคันยิบๆไปทั่วร่างกาย ตามผิวหนัง แขนขา เนื้อตัว เกิดมีผื่นบวมแดงบริเวณช่องคลอดด้วยในผู้หญิง อาการคันนี้เกิดขึ้นโดยไม่ปรากฎมาก่อน
  5. มีอาการชาเกิดขึ้น ปวดแสบปวดร้อนตามปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าด้วย
  6. เกิดฝีตามร่างกายอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนเลย
  7. ดวงตาก็ิดปกติไป มองอะไรมัวเห็นไม่ชัดเจน
  8. กระหายน้ำอยู่เสมอ คอแห้ง อยากดื่มน้ำอยู่ตลอด ประเดี๋ยวก็ดื่มน้ำอีกแล้ว

เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นมา จำเป็นจะต้องสังเกตุตัวเองให้ดี ท่านอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานก็ได้ เมื่อเห็นว่าตัวเองมีอาการผิดสังเกตุหรือเป็นดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้น 8 ข้อ จะต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจจเพื่อความไม่ประมาท เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป้นอาการของโรคเบาหวาน ก็จะต้องให้แพทย์ทำการรักษาและปฎิบัติตนเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้อาหารของโรคทุเลาลงและหายไปในที่สุด อย่าปล่อยเอาไว้ให้เกิดอาการที่รุงแรงมากขึ้น เพราะจะกิดปัญหาในการรักษาได้

แพทย์อาจทำการตรวจปัสสาวะว่ามีน้ำตาลมากน้อยเพียงใด ซึ่งในปัจจุบันนี้ความจริงผู้ป่วยก็สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้โดยการเอาน้ำยาตรวจชนิดหนึ่งมาตรวจดู น้ำยานี้เรียกว่า “เบเนติคท์” อันเป็นผลิตภัณฑ์ขอขงองค์การเภสัชกรรมกระทรวงสาธารณสุข

ผู้ป่วยจะต้องปฎิบัติตาามคำแนะนำที่มีอยู่ ก็จะทราบได้ทันทีว่าเป็นอย่างไร ตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่หรือไม่ บางทีอาจจะตรวจดูได้ด้วยยาตัวอื่นๆ ซึ่งอาจจะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

โดยปกติแล้ว คนทั่วไปจำไม่มีน้ำตาลในเลือดมากเกินคนปกติ บางรายสูงมากถึง 300 มิลลิกรัม ต่อเลือด 100 มิลลิลิตร อย่างไรก็ตามในบุคคลบางรายก็ตรวจน้ำตาลในปัสสาวะไม่พบก็มมีเหมือนกันกัน

ในที่นี้เมื่อมีผู้ป่วยใดเป็นโรคเบาหวานแล้ว สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยการนำเอายาสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ ซึ่งจะต้องใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องควบคุมดูแลในเรื่องอาหารการกินด้วยจึงจะได้ผลดี

นั่นก็เนื่องจากว่าหมอสมุนไพรของไทยเราได้นำเสนอตัวยาสมุนไพรแพนทูร่ามาใช้รักษาโรคนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งได้ผลการรักษาเยียวยาอาการของโรคเบาหวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่จะต้องปฎิบัติอย่างถูกต้องด้วยจึงจะได้ผลดี

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามที่หมอบอกว่าเป็นของแสลงเ เป็นคำแนะนำที่ตรงกันกับอาหารที่แพทย์แผนปัจจุบันบอกให้ควบคุมเช่น อาหารที่มีไขมันสูง มีรสหวานมาก มีแ้ป้งมากอาหารเหล่านี้เมื่อกินเข้าไปมากๆ ก็จำทำให้อาการของโรคกำเริบยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะทุเลาลง แม้จะเอายาดีที่ได้มารักษาก็ไม่ได้ผล เพราะอาหารต้องห้ามดังกล่าวนี้เข้าไปสร้างพลังให้แก่โรคเบาหวาน ทำให้โรคเบาหวานกำเริบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

*เราแนะนำยาสมุนไพรแพนทูร่า ที่สามารถช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด ได้เป้นอย่างดี ของอาจารย์ทศพร

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

โรคเบาหวานและไขมันในเลือด

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินสุลินลดลง หรือร่างกายตอบสนองต่อฤทธิ์ของฮอร์โมนอินสุลินลดลง ฮอร์โมนอินสุลิน นอกจากจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังมีผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้วย โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการละลายไขมันในร่างกาย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงพบความผิดปกติของได้บ่อยกว่าคนทั่วไป กล่าวคือ ผู้ป่วยเบาหวานมักจะพบความผิดปกติของระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้น และระดับเอช ดี แอล โคเลสเตอรอลที่ลดลง ส่วนระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลมักจะไม่แตกต่างจากคนที่ไม่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดที่ผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานนอกจากจะเกิดจากโรคเบาหวานเองแล้ว ยังอาจเกิดจากยาต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมด้วย เช่น ยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเอง ได้แก่ โรคแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยเบาหวาน หรือโรคเบาหวานลงไต ซึ่งจะมีผลทำให้ระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น หรืออาจจะเกิดจากโรคไทรอยด์ที่ทำงานผิดปกติ เป็นต้น

ไขมันในเลือดผิดปกติมีผลอย่างไรต่อผู้ป่วยเบาหวาน

ไขมันที่ผิดปกติจะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่เกิดการตีบตัน ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นและไม่เป็นเบาหวาน แต่ผู้ป่วยเบาหวานจะมีการปรับเปลี่ยนที่รุนแรงมากกว่า และเกิดได้ในคนที่อายุน้อยกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าระดับไขมันที่ผิดปกติยังเกี่ยวข้องกับการเกิดพยาธิสภาพของหลอดเลือดฝอย และมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วย

ผลต่อหลอดเลือดแดงใหญ่

ทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน เป็นผลให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของร่างกายมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอเพียง เช่น ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน จะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก หรือเสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้

ถ้าเกิดที่หลอดเลือดไปเลี้ยงสมองตีบตัน จะทำให้เกิดโรคอัมพาต โดยจะมีอาการแขนขาไม่มีแรง หรือชาครึ่งซีก นอกจากนี้ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบตัน ก็จะทำให้เกิดอาการปวดที่ต้นขา หรือน่องเวลาเดินไกล ๆ และถ้าหลอดเลือดตีบมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดแผลที่เท้าได้ และเป็นมูลเหตุให้แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานหายได้ยาก และช้ากว่าปกติ

ผลต่อหลอดเลือดแดงฝอย

ระดับไขมันในเลือดที่สูง จะมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคแทรกซ้อน ที่หลอดเลือดฝอยของตา และไตในผู้ป่วยเบาหวาน หรือที่เรียกกันว่า เบาหวานขึ้นตาและลงไต เป็นผลให้การมองเห็นของสายตาลดลง และการทำงานของไตเสื่อม หรือไตวาย

ผลต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด

ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงจะมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานสูงขึ้นได้ ซึ่งอธิบายได้จากกรดไขมันอิสระที่สูง กรดไขมันอิสระที่สูง จากภาวะที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงจะมีผลยับยั้งขบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในเซล และยังทำให้มีการสร้างแลปล่อยน้ำตาลกลูโคสจากตับเพิ่มขึ้น และในทางกลับกันภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูง ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายมีฮอร์โมนอินสุลินไม่เพียงพอ หรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินสุลินลดลง ก็จะมีผลทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นผลจากการที่ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยเบาหวานควรจะมีระดับไขมันในเลือดเท่าใด

ระดับไขมันในเลือดเหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวาน คือ
แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล น้อยกว่า 100 มก./ดล.
เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล มากกว่า 45 มก./ดล.
ไตรกลีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 มก./ดล.

การรักษาไขมันในเลือดผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานทำได้อย่างใดบ้าง

การรักษาประกอบด้วยข้อสำคัญ 3 อย่าง คือ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา

การควบคุมอาหาร มีหลักดังต่อไปนี้ คือ

รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อที่จะให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อ้วน หรือไม่ผอมเกินไป
รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ได้แก่ แป้ง โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร
หลีกเลี่ยง หรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลสูง ไขมันอิ่มตัวจะพบในไขมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และกะทิ สำหรับโคเลสเตอรอลนั้นจะพบในเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง และนมเนยต่าง ๆ

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างพอดี และต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว ยังช่วยลดระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล และทำให้เอช ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงขึ้นด้วย

การใช้ยา

ถ้าควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้วไม่สามารถลดระดับไขมันในเลือดถึงระดับที่ต้องการแล้ว จำเป็นต้องพิจารณาการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดร่วมด้วย ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงอย่างเดียว หรือมีไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงร่วมกับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงควรพิจารณาใช้ยาในกลุ่ม statin เป็นยากลุ่มแรกในผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงอย่างเดียว ยาที่เหมาะสมคือยาในกลุ่ม fibrate

ยาลดระดับไขมันในเลือด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันพบว่ามีผลข้างเคียงน้อย และมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบตัน และโรคหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานได้

**หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ทางเราแนะนำยาสมุนไพรจีนที่มีสวรรพคุณรักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี คือ ยาเกร็กคู และ ยาแพนทูร่า ครับ

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

อาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

อาหารชนิดใดที่ผู้ป่วยควรรับประทานและไม่ควรรับประทาน
1.
นมข้นหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรใช้นมชนิดนี้ เพราะจะให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
น้ำ นมถั่วเหลือง ที่ขายอยู่ในปัจจุบันนี้มี นมถั่วเหลืองเกษตร โบมัน แล็คตาซอย ไวตามิลค์ นมถั่วเหลืองเหล่า นี้ได้มีการเติมน้ำตาลลงไปด้วยทำให้มีรสหวาน ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานดื่มได้ แต่ต้องไม่เติมน้ำตาล

1.1 นมสด เป็นอาหารที่ประโยชน์แก่ร่างกายมาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานดื่มได้ แต่น้ำนมที่ขายอยู่ในท้องตลาด
ปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด ควรเลือกซื่อดื่มได้ เช่น นมสดหนองโพ นมสดฟาร์มโคนมไทยเดนมาร์ค ควรเลือกดื่มชนิดนมจืดไม่เติมน้ำตาลหรือชนิดไม่ปรุงแต่ง
น้ำนมผสมคืนรูป เป็นนมผงที่นำมาผสมกับน้ำ มีลักษณะคืนรูปน้ำนม ได้แก่ นมสดตราหมี นมบลูซิลของ โฟร์โมสต์ นมสดคืนรูปเนสเล่ย์

ผู้ป่วยควรเลือกชนิดจืด
นมสดระเหย หรือนมข้นจืด มีลักษณะข้นเท่านมสดธรรมดา แต่การผลิตในประเทศไทยให้นมผงที่ไม่มีไขมันผสมกับเนยหรือน้ำมันพืช และเติมน้ำครึ่งหนึ่งของนมธรรมดา ทำให้มีลักษณะข้นใช้ใส่เครื่องดื่มต่าง ๆ เช่น
ชา กาแฟโอวัลติน โกโก้ เช่น นมข้นจืดตราดอกมะลิ ตราดอกคาร์เนชั่น ตราดับ
เบบี้ โรคเบาหวานใช้ได้
นมธรรมดา เช่น นมผงดุสิต เนสเปรย์ คลิม มอลลี่
นมเปรี้ยว ที่ขายทั่วไป ได้แก่ โยเกริต มีทั้งชนิดที่ปรุงแต่งด้วย น้ำเชื่อม ผลไม้เช่น สัปปะรด สตอเบอรีฯ และ
ชนิดที่ไม่ปรุงแต่งรส ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรเลือก ชนิดที่ไม่ปรุงแต่งรส

2. ผัก ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานผักมาก ๆ ทั้งผักสดและสุก เพราะใยอาหารในผักจะช่วยให้น้ำตาล ถูกดูดซึมได้น้อยลง จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงทั้งยังไม่ให้ท้องผูกอีกด้วย ผักรับประทานเท่าใดก็ได้เพราะให้พลังงานน้อยมากได้แก่ หน่อไม้ ผักกวางตุ้ง มะเขือเทศ ผักกาดขาว ถั่วงอก ผักคะน้า พริก ตำลึง กะหล่ำดอก ถั่วพลู คื่นไช่ มะเขือต่าง ๆ กะหล่ำปลี ชะอม น้ำเต้า มะระ บวบ ผักโขม ยอดฟักทอง ใบกุ่ยใช่ แตงกวา ผักบุ้ง ต้นหอม ฯลฯ
- ผักที่มีคาร์โบไฮเดรทมาก เช่น ฟักทอง แครอท สะเดา สะตอ มะรุม ลูกเนียง ถั่วลันเตา ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรกิน

3. ธัญญพืช และเผือกมันต่าง ๆ เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรทมาก ไม่ควรรับประทานมากเกินไป อาหาร จำพวกนี้ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมจีน วุ้นเส้น ขนมปัง เผือกมันต่าง ๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถรับประทานอาหารเหล่านี้ได้ทุกวัน รับประทานได้มากน้อยเพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับกิจกรรม และแรงงานที่ใช้ในแต่ละวัน ควรรับประทานข้าวหรืออาหารแป้งอื่น ๆ ให้น้อยลง


แพทย์หรือนักโภชนาการจะเป็นผู้กำหนดให้ ถ้ากินอาหารประเภทนี้มากเกิน จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ ถ้าสามารถ รับประทานข้าวซ้อมมือได้ทุกวันก็จะดีมาก ในข้าวซ้อมมือมีใยอาหารมาก วุ้นเส้น เป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานคิดว่ารับประทานได้โดยไม่จำกัด เพราะเป็นโปรตีนจากถั่ว แต่ที่จริง
วุ้นเส้นเป็นอาหารจำพวกแป้งเช่นเดียวกับข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว เพราะกรรมวิธีในการทำวุ้นเส้นถูกแยกส่วนที่เป็นโปรตีนออกไป ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงจำเป็นต้องจำกัดการรับประทานวุ้นเส้นเช่นเดียว กับข้าวและแป้งชนิดอื่น ๆ

4. ผลไม้ จะมีน้ำตาลอยู่โดยธรรมชาติจะแตกต่างกันตามชนิดของผลไม้บางชนิด จะมีรสหวานมาก จึงไม่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน 5. เนื้อสัตว์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรทานเนื้อเพียงพอกับร่างกายประมาณ 3-4 ช้อนกินข้าวพูนเล็กน้อย หรือ
ประมาณครึ่งขีดต่อมื้อเนื้อสัตว์เหล่านี้จะเป็น ปลา กุ้ง เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เต้าหู้หรือเมล็ดถั่วแห้ง หากรับประทานมากเกินไปจะเปลี่ยนแปลงเป็นรูปของไขมัน ทำให้อ้วนได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและไม่ทานเครื่องในบ่อยเกินไป
5. ไข่ เป็นอาหารที่มีประโยชน์มาก ผู้ป่วยไม่ควรงด ควรรับประทานไข่เป็ดหรือไข่ไก่ ประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง สำหรับผู้ป่วยที่โคเลสเตอรอลในเลือดสูงอาจกินสัปดาห์ละ 2 ฟอง แต่ถ้ารับประทาน เพียงไข่ขาวก็รับประทานได้ทุกวัน
6. น้ำตาลเทียมหรือขัณทศกร ไม่ห้ามในผู้ป่วยโรคเบาหวานแต่ควรรับประทานพอควร
7. อาหารที่มีใยมาก ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารที่มีใยมากขึ้น ส่วนลดไขมันในเลือด และน้ำตาล
ได้ เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ขี้เหล็ก ยอดมะกอก ใบแค เม็ดแมงลัก ฝรั่ง ข้าวซ้อมมือ และผักต่าง ๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานอาหารเหล่านี้ให้มากขึ้น


ตัวอย่างอาหารโรคเบาหวาน
อาหารเช้า ข้าวต้มไก่ ไข่ลวก มะละกอสุก (หรือน้ำส้มคั้น 1 แก้ว)
อาหารกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าผักคะน้าหมู (ไม่ติดมัน)สับปะรด 1 จาน (9 ชิ้นขนาดคำ)
อาหารว่าง นมสดจืดเดนมาร์ค 1 แก้ว
อาหารเย็น
ข้าวสวย
แกงส้มผักรวมมิตร – กุ้ง
ปลาสลิดเค็ม
ผักบุ้งไฟแดง
แตงโม
7. ไขมันหรือน้ำมัน เป็นอาหารที่มีพลังงานสูงมาก ถ้ารับประทานมากทำให้อ้วน ดังนั้น เพื่อควบคุมน้ำหนัก
ไม่ให้เพิ่มมาก โรคเบาหวานจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก
7.1 ไขมันสัตว์มีสารทำให้ไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแข็ง และหัวใจขาดเลือด พบมากในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ มันหมูมันวัว หนังไก่ มันกุ้ง ครีม เนย เนื้อติดมัน หอยนางรม ไข่ปลา กุ้งใหญ่ 7.3 ครีมเทียมหรือไขมันผง ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานนอกจากจะทำให้อ้วน แล้วทำให้ไขมันในเลือดสูงได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้เป็นโรคหลอดเลือดแข็ง ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรกินไขมันประเภทนี้

7.2 น้ำมันพืช เป็นกรดไขมันที่ช่วยลดไขมันในเลือดได้ ได้แก่ มันมัน ข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันฝ้าย
น้ำมันรำ น้ำมันถั่วลิสง ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรให้น้ำมันเหล่านี้เพื่อให้ได้น้ำมันไปตามต้องการควรใช้ น้ำมันจากบริษัทที่เชื่อถืได้ที่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ
ของกระทรวงอุตสาหกรรม
7.3 ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการกินน้ำมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เพราะทำให้ไขมันในเลือดสูงเช่นเดียว กับการกินไขมันสัตว์ ทำให้หลอดเลือดแห้งและหัวใจขาดเลือด

8. น้ำตาล เป็นอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องงดเว้นเด็ดขาด เข่น น้ำหวาน น้ำผึ้ง เครื่องดื่ม ขนมหวาน ทำให้ น้ำตาลในเลือดสูงรวดเร็ว ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน 2-3 เท่า และควรงดน้ำตาลทุกชนิด

อาหารที่ผู้ป่วยรับประทานได้โดยไม่จำกัด
อาหารที่ผู้ป่วยรับประทานได้โดยไม่จำกัด ได้แก่ น้ำส้มสายชู น้ำปลา เกลือ มัสตาด มะนาว พริกไทย เครื่อง เทศต่าง ๆ
เครื่องดื่มประเภทกาแฟ ชา ที่ไม่ได้ใส่น้ำตาล
อาหารจำพวกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ เช่น เบียร์ เหล้า ไวน์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรดื่มเพราะมีปริมาณน้ำตาลสูง

***แนะนำยาสมุนไพรแพนทูร่า สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานครับ***

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

อาการเบื้่องต้นของโรคเบาหวาน

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

ผู้เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการเบื้องต้นคือ

  1. ปวดปัสสาวะ บ่อย ครั้งขึ้น เนื่องจากในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆมีน้ำตาลค้างอยู่มาก ไตจึงทำการกรองออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวาน สังเกตุจากการที่มีมดมาตอมปัสสาวะ จึงเป็นที่มาของการเรียก เบาหวาน
  2. ปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น
  3. กระหายน้ำ และดื่มน้ำในปริมาณมากๆต่อครั้ง
  4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง
  5. เบื่ออาหาร
  6. น้ำหนัก ตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าหากน้ำหนักเคยมากมาก่อน อันเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปสร้างพลังงานได้เต็มที่จึงต้องนำ ไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้ทดแทน
  7. ติดเชื้อบ่อยกว่าปรกติ เช่นติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร สังเกตุได้จากเมื่อเป็นแผลแล้วแผลจะหายยาก
  8. สายตาพร่ามองไม่ชัดเจน
  9. อาการชาไม่ค่อยมีความรู้สึก เนื่องมาจากเบาหวานจะทำลายเส้นประสาทให้เสื่อมสมรรถภาพลงความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกจึงถดถอยลง
  10. อาจจะมีอาการของโรคหัวใจ และโรคไต
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

เตือนเบาหวานเล่นงานเด็กและวัยรุ่น

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

เตือนเบาหวานเล่นงานเด็กและวัยรุ่น

จากการสำรวจภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานของเด็กอ้วน ในโรงเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่อายุระหว่าง 6-18 ปี ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 125 คน พบว่า มีภาวะไขมันในเลือดสูงกว่าเด็กปกติถึง 60 เปอร์เซ็นต์ มีความดันโลหิตสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มว่าจะอ้วนลงพุงในอนาคตกว่า 36  เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า เด็กกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว มีความผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายอีกหลายแห่ง เป็นต้นว่า กระดูกและข้อเสื่อม ตับและไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น อาจเรียกได้ว่าเบาหวานที่เกิดขึ้นในเด็กและวัยรุ่น อันตรายไม่แพ้ที่เกิดกับผู้ใหญ่

เหตุที่เด็กไทยป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเภท ที่หนึ่ง (ตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่ได้) และประเภทที่สอง (ร่างกายสามารถสร้างสารอินซูลินได้บ้าง แต่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ) มาจากหลายปัจจัยดังนี้

กรรมพันธุ์ ในกรณีของเด็กและวัยรุ่นที่เป็นเบาหวานประเภทที่หนึ่ง พบว่าหากพ่อแม่หรือญาติ มีประวัติเป็นเบาหวาน เป็นโรคอ้วน ลูกที่เกิดมาก็มีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันพบมากในเด็กที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ กรรมพันธุ์ไม่ได้มีผลสำคัญมากเท่ากับพฤติกรรมการกิน เพราะหากพ่อแม่ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการควบคุมอาหาร เมื่อมีลูก ลูกก็จะกินตามแม่ ทำให้เป็นเบาหวานได้ง่ายขึ้น
การกินเกินสมดุล เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นในยุคนี้เป็นเบาหวานมากขึ้น โดยเฉพาะเบาหวานประเภทที่สอง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสืบเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็ก จากการที่พ่อแม่ไม่ได้ปลูกฝัง ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปล่อยให้กินขนมขบเคี้ยวที่มีรสหวาน รสเค็ม กินอาหารจังค์ฟู๊ด (ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนี้) รับประทานแป้งขัดขาว กินนมวัวที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมาก เป็นต้น การกินโดยไม่ควบคุมปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเป็นโรคอ้วนในที่สุด เมื่อเด็กอ้วน จะทำให้มีไขมันและตะกรันน้ำตาล สะสมอยู่ตามผนังเส้นเลือดในร่างกาย มีความดันโลหิตสูง เกิดภาวะเส้นเลือดตีบตัน และเป็นเบาหวานในที่สุด
ขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม การปล่อยให้เด็กติดเกมส์คอมพิวเตอร์ ติดโทรทัศน์ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุครับที่ทำให้เด็กไม่ออกกำลังกาย ซึ่งส่งผลให้เด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน และมีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน มีอาการของโรคเร็วขึ้น เนื่องจากการนั่งอยู่กับที่ หรือทำกิจกรรมเดิมๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้รับประทานอาหารกรุบกรอบมากขึ้น ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายน้อยลง

แนวทางในการดูแลรักษาเบาหวานในแต่ละวัย

สำหรับเด็กและวัยรุ่นที่ป่วยเป็นเบาหวาน สามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้ ด้วยการปฎิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้

การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานที่อายุน้อยกว่า 5 ปี

เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองเจ็บป่วยเป็นเบาหวาน ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องมีความรู้ เรื่องเบาหวานพอสมควร ตลอดจนถึงใส่ใจเป็นพิเศษ เริ่มจาก

ให้รับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น ไม่ควรให้รับประทานนมที่มีความหวานมากเกินไป ควรสอนให้เด็กหัดกินผัก โดยเริ่มจากผักที่มีความหวานก่อน งดขนมกรุบกรอบที่มีรสหวาน รสเค็ม และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน หรือมีน้ำตาลชนิดดูดซึมเร็ว เป็นต้น
รักษาความสมดุลของอินซูลิน เนื่องจากเด็กในวัยนี้ ยังไม่รู้จักวิธีการดูแลตัวเอง จึงไม่ทราบว่าควรรับประทานอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป ผู้ปกครองควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยการตรวจปริมาณของน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากปล่อยให้ทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น ออกกำลังกายหนักเกินไป หรือกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้ชักและเสียชีวิตได

การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานที่อายุ 5-10 ปี

เด็กในวัยนี้ จะเริ่มเข้าใจความผิดปกติของร่างกายตัวเองบ้างแล้ว ผู้ปกครองจึงควรอธิบายให้เด็กเข้าใจ ถึงข้อจำกัดในการรับประทานอาหารบาง ประเภท โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และควรอธิบายให้ครูที่โรงเรียน รับทราบถึงข้อจำกัดในการร่วมกิจกรรมบางอย่าง กับทางโรงเรียน เช่น การแข่งกีฬาที่ใช้แรงมากๆ นอกจากนั้น ผู้ปกครองควรสร้างทัศนคติที่ดีให้กับเด็ก เช่น สอนว่าการเป็นเบาหวานไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และไม่ควรอายเพื่อน  เป็นต้น

การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานในวัยรุ่น

เนื่องจากคนในวัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจมากกว่าวัยอื่นๆ มีความเป็นตัวของตัวเอง ใจร้อน มีกิจกรรมที่หลากหลาย กินอาหารไม่เป็นเวลา รวมทั้งยังเป็นวัยที่ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างการมีการเพิ่มขึ้นและลดลงไม่คงที่ ซึ่งทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากกว่าวัยอื่น ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยการให้คำแนะนำวัยรุ่นที่ป่วยเป็นเบาหวาน ให้รู้จักการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง เพื่อเรียนรู้การปรับอินซูลินของตัวเอง ให้อยู่ในระดับที่พอดีอยู่เสมอ

เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ทั้งนี้ ควรงดอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต (จำพวกแป้งขัดขาว) ไขมันย่อยยาก และเปลี่ยนมารับประทานผักให้มากขึ้น ทั้งนี้ ควรมีข้อมูลผลของระดับน้ำตาลในเลือด ชนิดของอาหารที่รับประทาน และกิจวัตรประจำวันติดตัวไว้เป็นประจำ เพื่อใช้ในการปรับปริมาณอินซูลินของตัวเอง นอกจากนั้น ควรกำหนดมื้ออาหารให้ชัดเจน เช่น กินอาหารหลัก 3 มื้อ อาหารว่าง 2 มือ และไม่ควรกินจุบกินจิบ เพราะจะยิ่งทำให้อ้วน และมีผลเสียต่อระดับอินซูลินในเลือดตามมาได้

ยาสมุนไพรที่เราแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ ยาสมุนไพรจีนแพนทูร่า และยาสมุนไพรจีนเกร็กคู

- ยาแพนทูร่า เป็นยาสมุนไพรจีนที่สามารถควบคุมไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วยบรราเทาอาการของโรคเบาหวานได้โดยตรง >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ยาแพนทูร่า

- ยาเกร็กคู เป็นยาสมุนไพรจีนที่ค่อนข้างครอบคลุมเรื่องโรคต่างๆเช่น โรคเบาหวาน, ลดไขมันในร่างกาย, บำรุงตับหรือไต, บำรุงเลือด และ เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของท่านชาย >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ยาเกร็กคูู

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

โรคเบาหวาน,สาเหตุของโรคเบาหวานและอาการของโรคเบาหวาน ที่ควรรู้

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมักจะพบได้หลายคนในครอบครัวเดียวกัน จนอาจมองได้ว่าโรคนี้อาจติดมาจากพันธุกรรมได้

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่า ปัจจุบันคนที่วัย 35 ปีขึ้นไปป่วยเป็นเบาหวานมากถึง 2.4 ล้านคน และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือผู้ที่เข้ารับการรักษากว่าครึ่งไม่เคยรู้มา ก่อนว่าป่วยเป็นเบาหวาน

ลองทำแบบทดสอบดูว่าคุณเสี่ยงต่อการเป็น เบาหวานมากน้อยเพียงใด โดยทำเครื่องหมาย ถูก ที่หน้าหัวข้อนั้นๆ หากตรงกับสภาพและอาการของตน…

คุณมีอายุมากกว่า 35 ปี
มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคเบาหวาน
ชอบกินของหวานๆ มันๆ
หิวบ่อย ทานจุ
ออกกำลังกายน้อย
กระหายน้ำบ่อย
อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย
ตาพร่า มองไม่ชัด
ความดันโลหิตสูง
น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก
น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
ชาตามปลายมือปลายเท้า
ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ

หากคุณตอบว่าใช่เป็นส่วนใหญ่แสดงว่าคุณอาจเป็นโรคเบาหวานจำเป็นต้องรีบบำบัดรักษาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เบาหวานคืออะไร

เบา หวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ หรือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตรวมถึงโปรตีนและไขมันบางส่วนได้อย่างเหมาะ สม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น หัวใจวาย ตาบอด ไตวาย อัมพฤกษ์ อัมพาตและโรคติดเชื้อ เป็นต้น

เบาหวานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้

เบาหวานชนิดที่ 1 หรือ เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน ซึ่งเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ เบาหวานชนิดนี้ส่วนใหญ่จะพบในเด็กและวัยรุ่น ประมาณ 10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 2 หรือเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ซึ่งตับอ่อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ส่วนใหญ่สร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ แต่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ

ประมาณ 90% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

โรคแทรกซ้อนของเบาหวานมีอะไรบ้าง

ตา อาจเป็นต้นกระจกก่อนวัย ประสาทตาหรือจอตาเสื่อม และอาจทำให้ตาบอดในที่สุด
ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจะเป็นปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาหรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือปลาย
เท้า ซึ่ง มักจะทำให้มีแผลเกิดขึ้นที่เท้าได้ง่ายและอาจลุกลามจนเท้าเน่า กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงาน ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือไม่มีแรงเบ่งปัสสาวะ กระเพาะอาหารไม่ทำงาน มีอาการจุกเสียด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเดิน โดยเฉพาะเช้ามือถึงก่อนเที่ยง ผู้ป่วยชายมักมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ไต มักเกิดภาวะไตวาย มีอาการบวม ซีด ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานที่พบได้ค่อนข้างบ่อย
ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ถ้าหลอดเลือดแดงที่เท้าแข็งและตีบ เลือดไปเลี้ยงเท้าไม่พออาจทำให้เท้าเย็น เป็นตะคริว ปวดขณะเดินมากๆ หรืออาจทำให้เป็นแผลหายยากหรือนิ้วเท้าเป็นเนื้อตายเน่า
ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น วัณโรคปอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ กลาก โรคเชื้อชา เป็นฝีหรือพุพองบ่อย นิ้วเท้าหรือช่องคลอดอักเสบ เป็นต้น
แผลที่เท้า เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะปลายประสาทอักเสบ และภาวะขาดเลือดทำให้เท้าชาเกิดแผลได้ง่ายและหายยากหรือเป็นเนื้อตายเน่า บางครั้งจำเป็นต้องตัดนิ้วหรือตัดขา ทำให้เกิดภาวะพิการได้

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานมักเสียชีวิตจากโรคหัวใจ

ผู้ ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอายุที่น้อยกว่าและรุนแรงกว่า เนื่องจากระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นทำให้ผนังหลอดเลือดแดง ทั้งรายการเกิดความผิดปกติและเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีโรคอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย เช่น โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นต้น

โรคเหล่านี้จะเร่งให้โครงสร้างและสภาพของหลอด เลือดเกิดความผิดปกติมากขึ้นและเร็วขึ้น หลอดเลือดหัวใจจึงเกิดการอักเสบ ทำให้คราบไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดมีการแตกออก ซึ่งจะทำให้เกิดลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจึงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวาน

อาการโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานจะแตกต่างจากผู้ป่วยโรคหัวใจทั่วไปอย่างไร

สำหรับอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีพในผู้ป่วยเบา หวานอาการเจ็บหน้าอกมักจะไม่ชัดเจนหรือไม่มีเลย เนื่องจากประสาทรับความรู้สึกในผู้ป่วยเบาหวานเสื่อมสภาพลง จึงมักจะมีแค่อาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ แน่น จุกเสียดหน้าอกเหมือนอาหารไม่ยอม วิงเวียน ตัวเย็น เหงื่อออก ใจสั่นรู้สึกคล้ายจะเป็นลม อาการเหล่านี้อาจมีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมกันและอาจเกิดขึ้นใน เวลาใดก็ได้

วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีน

เป็นที่ทราบกันว่าโรคเบาหวานมีโรคแทรกซ้อนหลาย อย่างที่ทำให้เกิดภาวะพิการและมีอันตรายถึงชีวิต การบำบัดโรคเบาหวานของการแพทย์จีนจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดเท่านั้น แต่ยังเน้นความสำคัญกับการรักษาต้นเหตุและโรคแทรกซ้อนของเบาหวานไปพร้อมๆ กัน ดังนี้

ทำความสะอาด และทะลวงหลอดเลือด สลายลิ่มเลือดและไขมัน ทำให้หลอดเลือดโล่งสะอาด ดังทฤษฎีการวินิจฉัยและรักษาอันสำคัญของการแพทย์จีน ปวดแสดงว่าไม่โล่ง โล่งแล้วก็จะไม่ปวด จึงป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น โรคหลอดเลือด หัวใจตีบ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรับความ สมดุลของร่างกายโดยเฉพาะความสมดุลของตับและตับอ่อน ทำให้มีการสังเคราะห์โคเลสเตอรอลและอินซูลินในปริมาณที่เหมาะสม และเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลแล้วก็จะตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างปกติ จึงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บำรุงรักษาไต ที่เสื่อมลงให้แข็งแรงขึ้น เนื่องจากไตเสื่อมทำให้เกิดโรคเบาหวาน แต่เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้วก็จะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจนเกิดภาวะไตวายซึ่ง เป็นวัฏจักรที่เลวร้าย การบำรุงรักษาไตจึงมีบทบาทสำคัญในการบำบัดฟื้นฟูโรคเบาหวานด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูก สุขลักษณะ พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อใช้วิธีบำบัดรักษาแบบองค์รวมควบคู่กับการปฎิบัติตัวอย่างถูกต้อง อาการต่างๆ ของเบาหวานจึงค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด

ยาสมุนไพรที่เราแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ ยาสมุนไพรจีนแพนทูร่า

- ยาแพนทูร่า เป็นยาสมุนไพรจีนที่สามารถควบคุมไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วยบรราเทาอาการของโรคเบาหวานได้โดยตรง >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ยาแพนทูร่า

- ยาเกร็กคู เป็นยาสมุนไพรจีนที่ค่อนข้างครอบคลุมเรื่องโรคต่างๆเช่น โรคเบาหวาน, ลดไขมันในร่างกาย, บำรุงตับหรือไต, บำรุงเลือด และ เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของท่านชาย >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ยาเกร็กคูู

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

สั่งซื้อ ผ่าน LINE!

ยาแพนทูร่า LINE
กดปุ่มแอดมาคุยได้เลยครับ
Line : A.Sangneth

ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต


หรือPayPal ได้ที่นี่!


ยาชนิดใด? จำนวน?

รายงานการจัดส่งสินค้า


--> คลิก <<--

คุณสามารถตรวจสอบวันที่เราจัดส่งสินค้า และรหัสติดตามพัสดุได้ที่นี่ ทางเราจัดทำขึ้นมาเพื่อความสบายใจของลูกค้าทุกท่านครับ

ยาอื่นๆที่น่าสนใจ

ยาสมุนไพรเกร็กคู
ยาสมุนไพรเกร็กคู

ยาสมุนไพรเกร็กคู


ยาสมุนไพรแพนทูร่า
ยาสมุนไพรแพนทูร่า

ยาสมุนไพรแพนทูร่า


ยาสมุนไพรแท็กก้า
ยาสมุนไพรแท็กก้า

ยาสมุนไพรแท็กก้า

Ads

ยาไคลแม็กซ์-climax

น้ำสกัดย่านางโกลด์