โรคเบาหวานคืออะไร?

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

โรคเบาหวานคืออะไร?

ก่อนที่จะกล่าวถึงโรคสำคัญนี้ว่าคือะไร มีสาเหตุเกิดมาจากอะไร ต้องทราบกันเสียก่อนว่า ในปัจจุบันนี้มีูผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานกันมากมายทีเดียว

ที่ต้องเจ็บป่วยกันมากมายด้วยโรคเบาหวานก็เพราะสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน เมื่อเป็นโรคเบาหวานขึ้นมา ผู้ป่วยจจำมีความรู้สึกเป็นกังวล คิดมาก ร้อนอกร้อนใจอยู่เสมอ ทำให้สุขภาพจิตไม่ปกติ เป็นสิ่งที่ทรมานร่างกายและจิตใจมากจริงๆ

ผู้ที่เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น มัเป็นผู้ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี กินอาหารต่างๆอย่างมีความสุขเสมอ เลือกอาหารได้อย่างสบายอกสบายใจ ส่วนบุคคลที่มีชีวิตอยู่อย่างอดอยากนั้น มักจะไม่ค่อยเป็นโรคเบาหวานกัน

เมื่อกินอาหารแล้วก็มีชีวิตอยู่แบบนั่งๆนอนๆ อยู่กับที่ไม่ได้ออกกำลังกายกันนักหรือไม่มีการออกกำลังกายเลย ร่างกายจึงอ้วนขึ้นมาเรื่อง มักป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ในเวลาไม่ช้าไม่นาน

ย่อมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น ตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมน “อินซูลิน” จำน้อยลง หือสร้างฮอร์โมนนี้ไม่ได้เอาเลย เรียกว่าเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา เลยทำให้อินซูลินซึ่งมีหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานทำหน้าที่นี้ไม่ได้

น้ำตาลหรือความหวานภายในร่างกายจึงไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงาน จึงเกิดอาการคั่งของน้ำตาลขึ้นมาในกระแสเลือดตามส่วนต่างๆของร่างกายพูดง่ายๆว่า เลือดเกิดมีน้ำตาลมากขึ้นกว่าปกติ

อะไรก็ตามที่มีมาก เพิ่มเข้ามามากขึ้นนั้น มักไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายของคนเราเสมอ ไตจึงกรองน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ ปัสสาวะเกิดมีความหวานมากขึ้น เพาะน้ำตาลที่มีปนอยู่ในน้ำปัสสาวะนั้น นี่แหละที่มาของโรคเบาหวาน

ตับอ่อนของมนุษย์เราก็เช่นเดียวกัน ตัวอ่อนที่อยู่ใกล้ๆกับตับ ทำหน้าที่เป็นผู้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินและหลั่งน้ำย่อยไขมัน

ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะมากกว่าปกติธรรมดา มากกว่าบุคคลทั่วไปเมื่อถ่ายปัสสาวะออกไปประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ก็ปวดปัสสาวะอีกแล้ว ต้องถ่ายปัสสาวะอีก แล้วก็ถ่ายอีกเรื่อยๆ ต่างกันผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ป่วยจึงมีอาการกระหายน้ำอยู่เสมอ น้ำตาลออกมาจากไตปนปัสสาวะ แล้วก็พาเอาน้ำที่มีอยุ่ในเลือดออกมาอีกด้วย จึงเกิดอาการกระหายน้ำอยู่เรื่อยไป จึงต้องดื่มน้ำมากเป็นพิเศษกว่าคนปกติ

ผู้ป่วยบางรายอาจถ่ายอุจจาระออกมามองดูแล้วมีความเป็นมันวาว เห็นได้ชัดเจนมาก นั้นก็เนื่องจากว่ามีไขมันปนออกมาด้วยนั่นเอง ส่วนร่างกายก็จะเกิดอาการอ่อนเพลียเสมอ ร่างกายผ่ายผอมผิดปกติในเวลาไม่นานนัก

น้ำตาลที่มีอยู่มากในกระแสเลือดก็จะเข้าไปตั่งอยู่ในส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้ความหวานหรือน้ำตาลมีอยู่ทั่วไปในรร่างกายของผ้ป่วย

ดวงตาของผู้ป่วยก็จะมีน้ำตาลออกมากด้วย ทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นมา บาดแผลนั้นก็จะรักษาให้หายยากมาก

ผู้ใดก็ตามถ้ากินอาหารที่มีไขมันมากๆ อาหารที่มีรสหวานจัด ก็มีสิทธิ์์เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ร่ำรวย หรือยากจนก็ตามที โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนทั้งหลายในยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์นี้

ในวงการแพทย์นั้นมีรายงานว่ายังไม่ทรายแน่ชัดว่าโรคเบาหวานนี้เกิดจากอะไรกันแน่ แต่้ก็บอกว่าน่าจะเกิดจากรรมพันธุ์ก็ได้เมื่อบรรพบุรุษเจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้ว ลูกหลายที่เป็นบุคคลรุ่นหลังต่อมาก็จะปว่ยเป็นโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

แต่ทว่าก็ไม่แน่นัก เพราะบางรายนั้น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้ว แต่เมื่อลูกหลานเกิดต่อมาจนเติบโต เป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่เ็ป็นโรคเบาหวานก็มี

การออกกำลังกายนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุด ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังหายเลยนั้น มีสิทธิ์เจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายๆ ถ้าร่างกายอ้วนมากขึ้นเรื่องๆ กินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ร่างกายจำสะสมเอาไขมันไว้มากขึ้นเรื่อยๆ

มีบุคคลเป็นจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานเกิดเป็นโรคเบาหวานอย่างไม่รุ้ตัว อาการของโรคนี้บางทีก็สังเกตุไม่ได้ชัดเจน เมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวานในระยะแรกๆเจ้าตัวก็เลยไม่ทราบว่าตนเองกำลังมีอาการรของโรคเบาหวานอยู่

บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้น มักมีอาการของความดันโลหิตสูงร่วมอยู่ด้วยเสมอ เรียกว่าเป็นโรคที่เคียงคู่กันมาทีเดียว แล้วก็เป็นโรคหัวใจตามมาอีก เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวโยงกันนั่นเอง *เราแนะนำยาแพนทูร่าที่เป็นยาสมุนไพรช่วยบรรเทารักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

อาการของโรคเบาหวานนั้นเป็นอย่างไร?

การสังเกตุได้ว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

  1. บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมักจะกินอาหารได้ดี แต่น้ำหนักของร่างกายก็ไม่เห็นจะเพิ่มมากขึ้น กลับเป็นตรงกันข้าม คือน้ำหนักของร่างกายลดน้อยลงเรื่อยๆอย่างน่าแปลกใจ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เป็นบุคคลที่อมโรคอย่างสังเกตุได้
  2. เมื่อมีการถ่ายปัสสาวะออกมา ถ้าถ่ายเอาไว้ในภาชนะจะมีมอขึ้น นั้นก็หมายถึงว่าปัสสาวะที่ถ่ายออกมานั้นมีรสหวานมาก
  3. เมื่อถ่ายปัสสาวะออกมาครั้งๆหนึ่ง ปรากฎว่ามีปัสสาวะออกมามากกว่าปกติเสมอ
  4. มีอาการคันยิบๆไปทั่วร่างกาย ตามผิวหนัง แขนขา เนื้อตัว เกิดมีผื่นบวมแดงบริเวณช่องคลอดด้วยในผู้หญิง อาการคันนี้เกิดขึ้นโดยไม่ปรากฎมาก่อน
  5. มีอาการชาเกิดขึ้น ปวดแสบปวดร้อนตามปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าด้วย
  6. เกิดฝีตามร่างกายอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนเลย
  7. ดวงตาก็ิดปกติไป มองอะไรมัวเห็นไม่ชัดเจน
  8. กระหายน้ำอยู่เสมอ คอแห้ง อยากดื่มน้ำอยู่ตลอด ประเดี๋ยวก็ดื่มน้ำอีกแล้ว

เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นมา จำเป็นจะต้องสังเกตุตัวเองให้ดี ท่านอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานก็ได้ เมื่อเห็นว่าตัวเองมีอาการผิดสังเกตุหรือเป็นดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้น 8 ข้อ จะต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจจเพื่อความไม่ประมาท เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป้นอาการของโรคเบาหวาน ก็จะต้องให้แพทย์ทำการรักษาและปฎิบัติตนเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้อาหารของโรคทุเลาลงและหายไปในที่สุด อย่าปล่อยเอาไว้ให้เกิดอาการที่รุงแรงมากขึ้น เพราะจะกิดปัญหาในการรักษาได้

แพทย์อาจทำการตรวจปัสสาวะว่ามีน้ำตาลมากน้อยเพียงใด ซึ่งในปัจจุบันนี้ความจริงผู้ป่วยก็สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้โดยการเอาน้ำยาตรวจชนิดหนึ่งมาตรวจดู น้ำยานี้เรียกว่า “เบเนติคท์” อันเป็นผลิตภัณฑ์ขอขงองค์การเภสัชกรรมกระทรวงสาธารณสุข

ผู้ป่วยจะต้องปฎิบัติตาามคำแนะนำที่มีอยู่ ก็จะทราบได้ทันทีว่าเป็นอย่างไร ตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่หรือไม่ บางทีอาจจะตรวจดูได้ด้วยยาตัวอื่นๆ ซึ่งอาจจะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

โดยปกติแล้ว คนทั่วไปจำไม่มีน้ำตาลในเลือดมากเกินคนปกติ บางรายสูงมากถึง 300 มิลลิกรัม ต่อเลือด 100 มิลลิลิตร อย่างไรก็ตามในบุคคลบางรายก็ตรวจน้ำตาลในปัสสาวะไม่พบก็มมีเหมือนกันกัน

ในที่นี้เมื่อมีผู้ป่วยใดเป็นโรคเบาหวานแล้ว สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยการนำเอายาสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ ซึ่งจะต้องใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องควบคุมดูแลในเรื่องอาหารการกินด้วยจึงจะได้ผลดี

นั่นก็เนื่องจากว่าหมอสมุนไพรของไทยเราได้นำเสนอตัวยาสมุนไพรแพนทูร่ามาใช้รักษาโรคนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งได้ผลการรักษาเยียวยาอาการของโรคเบาหวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่จะต้องปฎิบัติอย่างถูกต้องด้วยจึงจะได้ผลดี

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามที่หมอบอกว่าเป็นของแสลงเ เป็นคำแนะนำที่ตรงกันกับอาหารที่แพทย์แผนปัจจุบันบอกให้ควบคุมเช่น อาหารที่มีไขมันสูง มีรสหวานมาก มีแ้ป้งมากอาหารเหล่านี้เมื่อกินเข้าไปมากๆ ก็จำทำให้อาการของโรคกำเริบยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะทุเลาลง แม้จะเอายาดีที่ได้มารักษาก็ไม่ได้ผล เพราะอาหารต้องห้ามดังกล่าวนี้เข้าไปสร้างพลังให้แก่โรคเบาหวาน ทำให้โรคเบาหวานกำเริบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

*เราแนะนำยาสมุนไพรแพนทูร่า ที่สามารถช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด ได้เป้นอย่างดี ของอาจารย์ทศพร

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)